ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายงานควบคุมภายในและผู้ตรวจสอบภายใน ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวตามความรวดเร็วของการแชร์ข้อมูลและระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงที่ดีตามกรอบสากลอย่างยั่งยืน
การนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยวิเคราะห์และทวนสอบความถูกต้องของเส้นทางการเดินบัญชี ข้อมูลตัวเลขจำนวนมหาศาล (Big Data Audit) ช่วยให้สามารถสุ่มตรวจและดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติ (Fraud Detection) ได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าการสุ่มตรวจในอดีตอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงระลอกใหม่ที่ผู้ตรวจสอบภายในจำเป็นต้องสอบทานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริหาร
"ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่ทรงพลังในการสกัดข้อมูลการตรวจสอบเชิงรับ ให้กลายเป็นการวางระบบป้องกันและประเมินผลความเสี่ยงเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"
คุณกัญทิมา หุมากรณ์ - ผู้อำนวยการตรวจสอบภายใน
การตรวจสอบภายในภายใต้กรอบมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพสากลใหม่ในปี 2026 เน้นย้ำให้ฝ่ายตรวจสอบประเมินขีดความสามารถการควบคุมดูแลด้านเทคโนโลยีขององค์กร โดยมี 5 มิติสำคัญที่ต้องตระหนักถึงดังต่อไปนี้
สรุปได้ว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนบทบาทผู้ตรวจสอบภายในที่มีหน้าที่ประเมินผลและตัดสินใจด้วยหลักจรรยาบรรณ แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระงานเอกสารซ้ำ ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ตรวจสอบวิชาชีพสามารถทุ่มเทเวลากับการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ช่วยผลักดันและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย